• ประเทศญี่ปุ่น

    Himeji Castle

    ปราสาทฮิเมจิ มีประวัติศาสตร์ก่อตั้งกว่า 400 ปี เป็นปราสาทที่คงสภาพเดิมที่สุดในญี่ปุ่น ถือว่าเป็น 1 ใน 3 ปราสาทที่งดงามที่สุดในญี่ปุ่น โดยอีก 2 แห่งคือ ปราสาทมะสึโมะโตะ และปราสาทคุมะโมะโต รวมทั้งได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกเป็นครั้งแรกของประเทศญี่ปุ่นในปี 1993  ความสง่างามของที่นี่ได้รับการเปรียบเปรยให้ถูกเรียกว่า “ปราสาทนกกระสาขาว” 

  • ประเทศจีน

    Zhangye Danxia, Gansu

    ภูเขาสีรุ้ง หรือ ภูเขาหลากสีในเขตมณฑลกันซู่ ประเทศจีน เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เรียกได้ว่าเป็นงานศิลปะที่สรรสร้างด้วยฝีมือธรรมชาติโดยแท้ ภาพภูเขหลากหลายสีสันตรงนี้ เกิดจากการตกตะกอนของหินทราย และแร่ธาตุในบริเวณนี้ทับถมกันมานานกว่า 24 ล้านปีนั่นเอง 

  • ประเทศโบลิเวีย

    Salar De Uyuni

    Salar de Uyuni เป็นทะเลเกลือที่ใหญ่ได้ชื่อว่าเป็น กระจกเงาที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง เป็นพื้นที่ราบที่ประกอบด้วยเกลือจำนวนมหาศาลบนเนื้อที่ 10,582 ตารางกิโลเมตร เป็นทะเลเกลือใหญ่ที่สุดของโลก อยู่ติดเขตระหว่างสองจังหวัดคือ Potosi และ Oruro ทางตอนใต้ของประเทศโบลิเวีย ลองมาตอนหน้าฝน จะเหมือนได้ยืนอยู่ท่ามกลางทะเลที่สะท้อนกับท้องฟ้าราวกับกระจก 

  • ประเทศยูเครน

    Tunnel of Love

    อุโมงค์แห่งความรัก (Tunnel of Love) คืออีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของประเทศยูเครน เป็นอุโมงค์รถไฟที่สร้างขึ้นจากต้นไม้อย่างสวยงามตั้งอยู่ในเขตเมืองเคลเว่น (Klevan) เมืองเล็กๆ ในจังหวัดริฟเน (Rivne region) จังหวัดที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันตกของประเทศยูเครนนั่นเอง เห็นแบบนี้โรแมนติกอย่าบอกใคร แนะนำให้เก็บเงินแล้วเตรียมไปถ่ายพรีเวดดิ้งที่นี่เลย

  • Uncategorized

    Trolltunga in Hordaland

    Trolltunga มีความหมายว่าลิ้นของโทรลล์ ด้วยความที่เป็นชะง่อนผาที่มีลักษณะคล้ายกับการแลบลิ้นออกมาจากภูเขาประมาณ 2,000 ฟุตลอยอยู่กลางอากาศแบบนี้นั่นเอง หากยอมปืนเขาที่สูงกว่า 700 เมตรนี้ได้ จะเห็นวิวที่คุ้มค่ากับที่ปืนขึ้นมาแน่นอน เพราะวิวของแม่น้ำ Ringedalsvatnet สวยอย่างกับภาพวาด

  • ประเทศกัมพูชา

    Angkor Wat

    ที่นี่คือโบราณสถานที่เกี่ยวกับศาสนาที่ใหญ่ที่สุดของโลก และยังได้เป็นอันดับ 1 ใน Travelers’ Choice ในปี 2015 นี้อีกด้วย นครวัด สร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 12 เป็นสิ่งก่อนสร้างที่มีมนต์เสน่ห์อย่างน่าประหลาด ชวนให้หลายคนหลงใหลและอยากจะเดินทางมาเยือนที่นี่สักครั้ง นอกจากนี้ที่นี่ยังได้ชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของกัมพูชา และยังเป็นหนึ่งในมรดกโลกที่ UNESCO ยกย่อง

  • ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

    Zermatt

    คงมีเพียงไม่กี่แห่งบนโลกนี้ที่จะชวนให้เรารู้สึกอยากสูดลมหายใจให้เต็มปอด กรองเอาอากาศแสนบริสุทธิ์ให้ซึบซับในทุกอณูของร่างกาย หนึ่งในนั้นคงจะต้องเป็นที่เมือง “Zermatt” (เซอร์แมตส์) เมืองเล็กน่ารักที่อุดมไปด้วยมิตรไมตรี บนความสูง 1,620 เมตร บริเวณเชิงเขา Matterhorn (แมทเทอร์ฮอร์น) หนึ่งในยอดเขาที่สวยงามที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ครับ ต้องเท้าความสักเล็กน้อยเกี่ยวกับยอดเขา Matterhorn พอได้ยินชื่อเราอาจไม่คุ้นเคย แต่ความจริงแล้วมันผ่านตาเรามาแบบนับครั้งไม่ถ้วน เพราะภาพของยอดเขานี้ถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของสินค้ามากมาย เช่น ลูกอม Ricola, ช็อคโกแลต Toblerone ไปจนถึงบริษัทภาพยนตร์ Paramount Pictures ด้วยความที่เป็นยอดเขาที่มีความสวยงามที่สุดในสวิส ทรงพีระมิดสูงเสียดฟ้ากว่า 4,478 เมตร มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี จึงดึงดูดใจให้เหล่านักปีนผาต่างพากันมาเยือนมากมาย แน่นอนว่าเมืองที่อยู่ใกล้เขา Matterhorn มากที่สุดก็คือเมือง Zermatt ที่เราจะพาคุณไปเที่ยวกันในครั้งนี้นั่นเองครับ โดยจะต้องเดินทางไปด้วยรถไฟสาย Glacier Express รถไฟด่วนที่วิ่งช้าที่สุดในโลก ที่จะแล่นผ่านภูมิประเทศที่งดงามของเทือกเขาแอลป์ วิ่งไปสุดสายที่เมือง Zermatt นั่นเอง แต่จะได้ชมความงามกันมากมายขนาดไหนนั้นขึ้นอยู่กับว่าคุณไปขึ้นชานชาลาที่เมืองไหนนั่นเอง ครั้งนี้เราขึ้นที่ชานชาลาของเมือง Tasch (ทาซ) ซึ่งเป็นเมืองเล็กที่อยู่ใกล้ Zermatt ครับ การโดยสารรถไฟนับเป็นวิธีการเดียวที่จะขึ้นไปยัง Zermatt ได้ เพราะเมืองนี้ถูกจัดให้เป็นเมืองปลอดมลพิษ ไม่อนุญาตให้มีรถยนต์แล่นในเมือง (Car-Free Zone) ฉะนั้นการไปมาหาสู่กันเมื่ออยู่ใน Zermatt ก็จะมีแค่จักรยาน รถม้า รถไฟฟ้าคันเล็กๆ และเดินด้วยสองขาเท่านั้นเองครับ รถไฟของประเทศนี้จะมาแบบตรงเวลาเป๊ะๆ ดังนั้นเผื่อเวลาทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยแล้วรีบมารอบริเวณหน้าทางเข้ากันให้ดี โบกี้ก็กว้างขวางสะอาดสะอ้าน มีโซนที่นั่งแยกเป็นสัดส่วนดี ตู้โดยสารออกแบบมาเพื่อการชมวิวแบบพาโนรามาด้วยกระจกใสบานใหญ่ ถ้าใครไม่อยากพลาดชมวิวงามๆ สองข้างทางล่ะก็มายืนด้วยกันดีกว่า *หน้าตาของ Cog Wheel ฟันเฟืองที่วางอยู่กลางรางรถไฟ ช่วยฉุดดึงรถให้ไต่ระดับความสูงกว่า 1,000 เมตรได้นั่นเอง* *เทียบท่าที่ Zermatt แล้ว มีป้ายต้อนรับภาษาไทยด้วย* Zermatt เป็นเมืองเล็กๆ ที่ยังคงรูปแบบของอาคารสิ่งก่อสร้างแบบเดิมๆ ไว้ ส่วนใหญ่สร้างด้วยไม้ มีตรอกซอยซอยเล็กๆ ให้เดินลัดเลาะผ่านมากมาย และมีความปลอดภัยสูงมาก ที่นี่มีประชากรอาศัยกันไม่มากเท่าไหร่ ประมาณ 6,000 คนเท่านั้น ด้วยความที่เมืองนี้เป็นเมืองท่องเที่ยว และสกีรีสอร์ทที่ใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ อาชีพหลักของคนในเมืองจึงเป็นพนักงานโรงแรม และร้านอาหาร แต่แม้จะเป็นเมืองท่องเที่ยวเขาก็มีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ ได้เป็นอย่างดีโดยให้มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาก เท่าที่เดินเล่นแค่ไม่กี่นาทีก็รับรู้ถึงอากาศที่สะอาดปลอดโปร่ง เชิญชวนให้สูดลมหายใจลึกๆ เป็นที่สุด

  • ประเทศรัสเซีย

    St. Petersburg

    เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (St. Petersburg) เป็นเมืองท่าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย ตั้งอยู่ปากแม่น้ำเนวา ริมอ่าวฟินแลนด์ในทะเลบอลติก สร้างโดยพระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราช เรียกได้ว่าเป็นจุดศูนย์กลางแห่งความเจริญที่เก่าแก่ที่สุดรวมไปถึงด้าน นโยบายการเมืองและเศรษฐกิจที่มีบทบาทและความสำคัญในหน้าที่ประวัติศาสตร์ สมัยที่เคยเรืองอำนาจในยุโรปจนถูกขนานนามว่า “หน้าต่างของยุโรป”

  • ประเทศนอร์เวย์

    Lofoten Islands

    Lofoten เป็นกลุ่มของหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในภาคเหนือของนอร์เวย์ภายในอาร์กติกเซอร์เคิล เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมงที่แสนจะล่อตาล่อใจนักจับปลาทั้งหลาย คนที่ชื่นชอบการตกปลามักมาที่นี่กันในวันหยุดเพื่ออวดปลาตัวใหญ่ให้โลกเห็น นอกจากนี้ยังมีแนวปะการังที่ลึกที่สุดของโลกอยู่ที่นี่อีกด้วย แน่นอนว่าความสวยงามแห่งซีกโลกเหนืออยู่ที่นี่แหละ